พระจันทร์ยิ้ม ดาวเคียงเดือน
Posted by admin on
December 3, 2008
พระจันทร์ยิ้ม Earth Shine ปรากฏการณ์พระจันทร์ยิ้ม ดาวเคียงเดือน ดาวศุกร์เคียงกับดาวพฤหัสบดี หลังจากพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าช่วงเย็นถึงค่ำวันที่ 1ธ.ค.51 เกิดปรากฏการณ์บนท้องฟ้า ดาวศุกร์เคียงกับดาวพฤหัสบดีและมีดวงจันทร์เสี้ยวอยู่ด้านล่าง มองเห็นด้วยตาเปล่าบนท้องฟ้าด้านทิศตะวันตกค่อนไปทางใต้ เมื่อมองดูในภาพรวมแล้วดูเหมือนหน้าคนยิ้ม ที่มา pantip.com

ชำแหละคำพูด “แม้ว” 2
Posted by admin on
November 11, 2008
”ถ้าผมขอเขาแล้วไม่ให้ ทำไมผมสู้ตั้งแต่ปี 47 มาจนกระทั่งปี 2551 5 ปีเต็มๆ แล้วทำไมเวลาคุณให้คุณสมคิดเสนอเงินสดให้ผม 500 ล้านผมถึงไม่รับล่ะ ถ้าผมขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์จริงทำไมผมไม่เอาหล่ะ 500 ล้านน่ะ แล้วยังพยายามที่จะส่งคนมาซื้อเอเอสทีวี 1,500 ล้านเมื่อปีที่แล้ว เพื่อที่จะปิดปากเอเอสทีวี ถ้าผมขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ ผมเห็นแก่เงิน ทำไมผมไม่เอาหล่ะ
”เพราะฉะนั้นแล้ว คุณทักษิณไม่เขาใจ เขาเป็นนายกฯ ที่พร้อมที่สุด เพราะมีประชาชนสนับสนุนทั่วประเทศ ขออย่างเดียวให้เขาซื่อสัตย์ต่อชาติบ้านเมือง จงรักภักดีต่อสถาบันด้วยความจริงใจ เพียงแค่นี้มันยากเกินไปสำหรับเขาหรือ ไม่เคยอิจฉาตาร้อนในความร่ำรวยของเขา เขาแค่ซื่อสัตย์ต่อชาติบ้านเมือง โอกาสเขามากว่าทุกคนอยู่แล้ว เขาเป็นทั้งนายกรัฐมนตรี ถ้าวันนั้นเขาเสียภาษีขายหุ้แค่ 2 หมื่นกว่าล้าน เราก็ไล่เขาไม่ได้ วันนี้เขาก็ยังอยู่ คุณทักษิณไม่เคยเข้าใจว่าที่เขาพังพินาศเพราะ 1.เขาโลภ 2.เขาทะเยอทะยาน 3.เขาคิดว่าเขาจะเข้ามาครอบงำประเทศไทยแล้วสถาปนาตัวเขาเป็นคนๆ เดียวเท่านั้นในประเทศไทยที่ทุกคนต้องเคารพนับถือเขา
”จนวันนี้ เขาก็ยังไม่เข้าใจอีกว่าได้ทำอะไรไป จนวันนี้เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองทำผิดแม้แต่นิดเดียว ไม่ว่าจะไปทำพิธีในวัดพระแก้ว ไม่ว่าจะเป็นการประชุมครม.ที่ปราสาทพนมรุ้ง ไม่ว่าเรื่องอะไรทั้งสิ้น เขาไม่เคยยอมรับว่าทำผิด ทุกอย่างที่เราไปต่อต้านเขา ไปสู้เขา เขาบอกว่ามั่วเหมือนไอ้สนธิมันมั่ว
”เขาไม่เคยเข้าใจว่าทำไมพี่น้องต้องมานั่งอยู่เป็นเดือนๆ อันตรายก็อันตราย ผมโดนคดีความไปทั้งหมด 3 คดี จำคุกแล้ว 6 ปี ศาลชั้นต้น กำลังอยู่ในขั้นอุทธรณ์ แล้วยังมีอีกหลายสิบคดี ผมมาเสี่ยงทำไมล่ะ คุณทักษิณไม่เคยเข้าใจหรือ ขอให้คุณเชื่อผมหน่อยได้ไหมว่า ในประเทศไทยมีคนที่รักชาติ รักบ้านรักเมืองอยู่ มาต่อสู้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยไม่หวังอะไรตอบแทนเลย”
นายสนธิกล่าวต่อว่า ที่ พ.ต.ท.ทักษิณหลุดคำว่า “ไอ้สนธิ” เพราะรับไม่ได้ ตอนที่ตนไปจัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจรที่สวนลุมพินี พ.ต.ท.ทักษิณก็เรียกว่าเป็นพวกคนจรจัด ไม่เคยเห็นพวกเราอยู่ในสายตา จนขบวนการของพวกเราใหญ่ขึ้นๆ จนเขาตกใจ ไม่รู้จะทำยังไงก็เล่นงานทางกฎหมาย มีอาวุธอะไรก็ออกใส่หมด ตนต้องแอ่นอกรับเท่านั้นเอง เพราะถ้าไม่รับขบวนการประชาชนก็ไม่เจริญเติบโต และเมื่อขบวนการประชาชนเติบโต พ.ต.ท.ทักษิณจะหลอกประชาชนที่รู้ทันเขาอีกต่อไปไม่ได้
นายสนธิกล่าวอีกว่า จริงๆ แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณแก้ปัญหาตัวเองง่ายนิดเดียว คือยอมรับว่าตัวเองผิด ยอมรับว่าพลาดไปแล้วและทำกรรมให้กับประเทศชาติ อยู่เงียบๆ ถ้าวันนั้นเขาออกไปจากประเทศไทยถึงเขาจะหนีหมายจับ และศาลพิพากษาแล้วไม่กลับ แต่อยู่เงียบๆ ไม่พบใคร ไม่โทรศัพท์สั่งการให้จัดว่าจ้างคนมา 4-5 หมื่นคนที่สนามกีฬา แล้วไม่โฟนอิน ก็จะไม่มีใครสนใจเขาเท่าไหร่
”แต่เขาลืมตัว เขาโกรธ เขามีโทสะ เขามีโมหะ เขาต้องเอาชนะให้ได้ กูมีเงิน กูเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ไอ้สนธิมันคนจรจัด พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยคือคนมั่ว เพราะฉะนั้นแล้วเขาทนไม่ไหว เมื่อทนไม่ไหวแล้ว อังกฤษเล่นงานเขา ก็เลยประกาศขู่ “เมื่อเขาไม่หยุดผมจึงต้องพูด” เห็นไหม ยังไม่รู้ตัวอีก”
นายสนธิ กล่าวต่อว่า ถ้าจำได้ ตอน พ.ต.ท.ทักษิณออกไปหลังวันที่ 19 กันยานั้น พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าเลิกแล้วการเมือง แล้วเลิกจริงหรือไม่ เขาโกหกตลอดเวลา แล้วเขายังมาหาว่าพวกเรามั่ว
ประเด็นที่รอยเตอร์ ถามว่าวางแผนชีวิตอย่างไร และ พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า “วางก็ไม่ต้องบอก วันนี้บอกไม่ได้ แต่ว่าชีวิตต้องมีแผน อีกไม่กี่วันมีของสนุกๆ เยอะแยะ มีเรื่อยๆ ชีวิตของผมเป็นชีวิตสร้างสรรค์ ไม่ใช่ทำลาย ไม่ต้องห่วงจะมีเรื่องสร้างสรรค์อีกเยอะแยะ”นั้น นายสนธิกล่าวว่า สร้างสรรค์คือเอาคนใส่เสื้อแดงถือมีดถือไม้มาไล่ฟันพันธมิตรฯ สร้างสรรค์หรือ สั่งให้น้องเขยตัวเองสั่งตำรวจปราบประชาชน สั่งให้กุ๊ยในเครื่องแบบเอาระเบิดมาขว้าง นี่ไงความสร้างสรรค์พูดจาโดยไม่รู้สำนึกแม้แต่นิดเดียว
ส่วนที่รอยเตอร์ ถามว่าตกลงจะเป็นบุคคลกิตติมศักดิ์ ของบาฮามาสหรือไม่ และ พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า คงต้องรับหลายประเทศนั้น นายสนธิกล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังอดไม่ได้ที่จะคุยโว ไม่เคยรู้จักประมาณตนแม้แต่นิดเดียว ไม่เคยเข้าใจคำว่าอ่อนน้อมถ่อมตน
ประเด็นที่ พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่า ตนเองมีหลายมิติ มิติชีวิตมีหลายมิติ มีทั้งมิติทำงานหาเลี้ยงชีพ มิติทางด้านที่เป็นประโยชน์กับสังคมโลก สังคมไทยทำอะไรไม่ได้ ก็ไปทำสังคมโลกไปและก็มิติแห่งการต้องพิสูจน์ตัวเองนั้น นายสนธิบอกว่า ใช่ มิติชีวิตของ พ.ต.ท.ทักษิณมีเยอะมาก แต่ไม่อยากพูด เพราะพูดแล้วจะกลายเป็นการทับถมกันอีก
กรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณอ้างว่า ตนเองถูกกล่าวหา Politically (การเมือง) ก็ต้องมาแก้ด้วย Politically แต่แก้ยังไงก็ไม่รู้ นั้น นายสนธิกล่าวว่า คงหมายถึง สังคมไทยทำอะไรไมได้ ก็ไปทำสังคมโลก ทำสังคมโลกทางการเมือง แสดงว่า พ.ต.ท.ทักษิณกำลังจะไปตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นใช่หรือไม่ ซึ่งมีความเป็นไปได้ โดยอาจจะหาสักประเทศหนึ่งแล้วจ่ายเงินให้ประเทศนั้นเพื่อไปตั้งรัฐบาลไทยพลัดถิ่นที่นั่น ซึ่งจริงๆ แล้วเขาเหมาะที่จะเกาะกง หรือ แอฟริกากลาง แล้วให้เอาพวกเสื้อแดงไปด้วย ไปให้หมดเลย
ประเด็นที่รอยเตอร์ถามว่า สนามกอล์ฟที่ปักกิ่งจะเป็นแห่งหนึ่งที่ท่านจะมาเยือนบ่อยๆ ใช่ไหม และ พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า “ก็แล้วแต่ ไม่แน่นอน ผมไปของผมเรื่อยๆ โลกมี 190 กว่าประเทศ ผมก็ไปของผมเรื่อยๆ” นั้น นายสนธิ กล่าวว่า ไปเรื่อยๆ นั่นคือจรจัด เหมือนเพลงของ Ricky Nelson ชื่อ Travelin’ Man แต่เป็นการท่องเที่ยวไปทั่วโลก ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่าเขามี 190 ประเทศ แต่ว่าพเนจรไป
ส่วนที่รอยเตอร์ถามว่าจะขอวีซ่าเข้าอังกฤษเพื่อไปเยี่ยมอุ๊งอิ๊ง ลูกสาวหรือไม่ และ พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่า “เดี๋ยวค่อยคิดกัน เพราะลูกสาวผมคนนี้เขาถูกกระทำจนแกร่งมาก ถูกกระทำตั้งแต่อยู่ที่เมืองไทย ถูกกระทำเยอะเหลือเกิน เด็กตัวเล็กนิดเดียว พอพ่อเป็นนักการเมืองเขาถูกกระทำอย่างรุนแรง จนเขาแกร่ง เพราะฉะนั้นเขาแกร่งพอที่จะอยู่ของเขาได้” นั้น นายสนธิ กล่าวว่า ตกลงที่โอนหุ้นซุกหุ้นในชื่อลูก แล้วลูกต้องตกเป็นจำเลยคดีที่ร่วมกันปิดบังทรัพย์สินนี้ สังคมทำอะไรกับลูกของ พ.ต.ท.ทักษิณหรือ ที่ถูกต้อง พ.ต.ท.ทักษิณควรจะบอกว่า”ลูกผมคนนี้ถูกผมและเมียกระทำจนแกร่งไปแล้วตอนนี้”
ประเด็นที่รอยเตอร์ถามว่า เหตุผลหนึ่งที่ถูกยกเลิกวีซ่าเพราะอยู่ระหว่างการขอลี้ภัย แต่ พ.ต.ท.ทักษิณออกนอกประเทศเสียก่อน และ พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า “ไม่ ผมยกเลิกการขอลี้ภัย เพราะผมไม่จำเป็น ผมไม่ต้องการคำว่าลี้ภัย ผมต้องการเสรีภาพ เพราะผมเป็นนักประชาธิปไตย ผมต้องการคำว่าเสรีภาพ อะไรที่ไม่มีเสรีภาพผมไม่ชอบ” นายสนธิ กล่าวว่า ถ้าเป้ฯนักประชาธิปไตยต้องยอมรับกติกา แล้วทำไมกติกาศาลออกมาถึงไม่ยอมรับล่ะ แล้วทำไมสนธิต้องตั้งสัจจวาจาว่าจะยอมรับ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แล้วใครเป้ฯนักประชาธิปไตยมากกว่ากัน คนเราการที่จะพูดว่าเป็นนักประชาธิปไตยต้องกระทำให้ดู
นายสนธิกล่าวต่อว่า รอยเตอร์ถามโง่ๆ ที่ว่า “ต่อไปท่านก็จะเป็นบุคคลของโลก เดินทางไปทั่วใช่หรือไม่” ทำไมรอยเตอร์จึงถามว่าทักษิณจะเป็นบุคคลของโลก ซึ่งจริงๆ แล้ว น่าจะถามว่า”ต่อไปท่านจะพเนจรไปทั่วโลกใช่ไหม”
กรณีที่รอยเตอร์ถามถึงการกลับมาพิสูจน์ทางการเมือง และ พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่า ไม่ต้องห่วง มีเวลาเยอะแยะ ยังแข็งแรงดีอยู่ เนลสัน แมนเดลา เขายังสู้ต้องหลายปี นั้น นายสนธิกล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณบังอาจเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับเนลสัน แมนเดลา พ.ต.ท.ทักษิณลืมไปว่า เนลสัน แมนเดลา ไม่เคยหนีคุก เขายอมติดคุกเผด็จการอยู่เป็นสิบๆ ปี
”คุณทักษิณชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับบุคลสำคัญอย่างเนลสัน แมนเดลา อย่างปรีดี พนมยงค์ อย่างป๋วย อึ้งภากรณ์ คุณทักษิณไปเทียบอย่างนั้นไม่ได้ คุณทักษิณถ้าเทียบต้องไปเทียบกับณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมัคร สุนทรเวช เฉลิม อยู่บำรุง สล้าง บุญนาค”
ส่วนประเด็นที่ พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่า ตอนนี้แข็งแรงดีอยู่ เพราะได้ออกกำลังตีกอล์ฟ เพียงแต่คอยนั่งสมาธิเพื่อรักษาสุขภาพจิตตัวเอง นายสนธิกล่าวว่า ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณนั่งสมาธิจริง จิตต้องนิ่ง ต้องไม่ฟุ้งซ่านอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
สำหรับคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณที่ว่า”ผมจะต้องเริ่มพูดความจริงทีละเรื่องแล้วล่ะ หลายเรื่องผมไม่อยากพูด เพราะมันเป็นเรื่องกระทบคน แต่ว่าวันนี้เมื่อเขาไม่หยุด ผมก็คงต้องพูด” นายสนธิ กล่าวว่า การข่มขู่มาอีกแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงอยากห้าม พ.ต.ท.ทักษิณว่า อย่าช้า ให้รีบพูดมาเลย
ประเด็นที่ พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่า จะพูดความจริงทีละเรื่อง แต่จะพูดกับคนของตัวเองในที่ชุมนุมโดยไม่ผ่านสื่อ และคงจะต้องเปิดเผยชื่อผู้ที่เกี่ยวข้อง ในเมื่อเขาไล่อย่างนี้ มันมากไปแล้ว นายสนธิกล่าวว่า ประเทศไทยไม่ได้คุณ ประเทศไทยพิพากษาคุณ แล้วคุณหนีไป ส่วนประเทศอังกฤษเขายกเลิกวีซ่าคุณ ไม่ใช่ประเทศไทยยกเลิก รัฐบอลนอมินีเขายังไม่ยอมยกเลิกพาสปอร์ตคุณเลย เพราะฉะนั้นแล้วการที่ประเทศอังกฤษยกเลิกวีซ่าคุณ รัฐบาลนี้ก็ไม่เห็นด้วย เป็นเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณต้องไปทะเลาะกับรัฐบาลอังกฤษเอาเอง
”คุณต้องไปทะเลากับนายกอร์ดอน บราวน์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ คุณมาโกรธเคืองอะไรเล่า ก็ขนาดรัฐมนตรีต่างประเทศของคุณ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ยังแสดงวุฒิภาวะที่ไม่ฉลาด ยังบอกว่าจะสอบถาม เรียกทูตอังกฤษมาถามว่าทำไมถึงยกเลิกวีซ่าทักษิณ ลืมตัวไปแล้วพี่น้อง ทักษิณเป็นใคร ทักษิณคืออาชญากรหนีคุก คุณแค่เอ่ยปากเขาก็อายไปทั่วโลกแล้ว คุณจะให้นายคุณเดินทางไปทั่วโลกเพื่อสร้างชื่อเสียงหรืออย่างนี้”
ประเด็นที่นักข่าวรอยเตอร์ถามเรื่องของยกเลิกวีซ่า ซึ่งยังไม่ได้รับการแจ้งเป็นทางการ และ พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า “ยังไม่ได้รับ ยังไม่มีแผนอะไรเลย ทีมฟุตบอลก็ขายไปแล้ว ธุรกิจที่โน้นไม่มีอะไร ส่วนเรื่องลูกเขาก็แข็งแกร่งพอ เดินทางไปเรื่อยๆ มีบ้านเพื่อนให้พักก็พัก ไม่มีบ้านเพื่อนให้พักก็พักโรงแรม ถ้าไม่มีจริงๆ ก็กางเต็นท์นอนได้” นั้น นายสนธิ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อย่าเล่นละครวิทยุให้มันหนักหนาจนเกินไป ไม่มีที่พักก็กางเต็นท์นอน นี่คือการระบายความเจ็บช้ำน้ำใจ
”คนอย่างผมอยู่ที่ไหนก็ได้ เหมือนผัวโดนเมียไล่ออกจากบ้าน ก็บอกว่าฉันนอนไหนก็ได้ นอนวัดก็ยังได้ ฉันไปหาเพื่อน ไอ้ก้องมันมีห้องให้นอนฉันก็นอน มันไม่มีห้องฉันก็นอนสนามหญ้าหน้าบ้านมันก็ได้ นี่เป็นการพูดแบบประชดประชัน เป็นการพูดจากคนที่ชอกช้ำ
ที่น่าเสียใจที่สุดคือ ไม่รู้เลยหรือ จนวันนี้ไม่รู้เลยหรือว่า ที่มันเกิดขึ้นกับตัวเอง มันเกิดขึ้นเพราะมันมีสมุหทัย เหตุที่เกิดทุกข์ ตัวคุณนั่นแหละคือตัวการที่ทำให้เกิดทุกข์ แล้วคุณเองไม่เข้าใจหลักไตรลักษณ์ หลักอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อนิจจัง คือทุกอย่างเปลี่ยนแปลง ตัวคุณเคยเป็นนายกฯ ตอนนี้คุณไมได้เป็น ตัวคุณไม่เคยถูกพิพากษาจำคุก คุณต้องถูกพิพากษาจำคุก ตัวคุณไม่เคยหนีคดีอาญา คุณต้องหนีคดีอาญา คุณตั้งสมัครเป็นนายกฯ สมัครฯก็หนีไม่พ้นหลักอนิจจัง เป็นนายกฯ ไม่เท่าไหร่ก็ต้องออก ต้องไปรักษามะเร็งในตับ ซึ่งจะอยู่หรือจะไปก็ยังไม่รู้ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เวลาก็ใกล้จะมาถึง หลักอนิจจังทั้งสิ้น พรรคพลังประชาชน อีกไม่นานก็หลักอนิจจัง คุณยังไม่เข้าใจอีกหรือ” นายสนธิกล่าว
นายสนธิ กล่าวในตอนท้ายว่า ขณะนี้กำลังรอคำตอบจากผู้ใหญ่ในประเทศจีนก่อน เมื่อไหร่ที่เขาให้พบก็จะต้องไป แต่ว่า ก็รู้สึกกลุ้มใจ ยังไม่ทันไรเลย หลายคนมาจับมือ หลายคนถามเข้ามาทางเว็บไซต์ว่าที่ไปเมืองจีนคราวนี้จะไปพบกับผู้ใหญ่ของทางเมืองจีนแน่หรือ ไม่ได้แอบไปพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณหรือ ตกลงอะไรกันไว้หรือไม่ โดยนายสนธิ กล่าวอย่างติดตลกว่า สงสัยต้องถ่ายวิดีโอไว้ให้ดูตลอด เพื่อยืนยันว่าไม่ได้พบกับทักษิณ พี่น้องยังไม่เชื่อใจกันอีกหรือผ่านมาตั้ง 4-5 ปีแล้ว
ชำแหละคำพูด “แม้ว”
Posted by admin on
November 11, 2008
“สนธิ” ชำแหละคำพูด “แม้ว” ให้สัมภาษณ์สื่อนอก ได้ยินแล้วสมเพช ไม่เคยรู้สำนึกผิด ไม่รู้ว่าสาเหตุที่ต้องระเหเร่ร่อนมาจากอะไร ท้าให้รีบเปิดเผยชื่อศัตรูการเมืองออกมาโดยเร็ว ย้ำไม่มีใครไล่มีแต่ถูกศาลจำคุก ปูดเป้าหมายกำลังเดินทางไปดูไบ มีความเป็นได้ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น
คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
วันที่ 10 พ.ย. เมื่อเวลา 20.10 น.นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวปราศรัยบนเวทีที่ทำเนียบรัฐบาล ได้นำคำสัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต่อสำนักข่าวรอยเตอร์มาจับโกหกแบบคำต่อคำ โดยนายสนธิกล่าวว่า เป้าหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ หลังจากเดินทางออกจากกรุงปักกิ่ง ที่ พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า”โลกมันกว้างจำตาย”นั้น เขาจะไปที่ดูไบนั่นเอง และกำลังมอบหมายให้คนใกล้ชิดซื้อบ้านที่นั่นเอาไว้ และบอกที่ว่า โลกมันกว้างนั้น แต่ทางมันค่อนข้างแคบ
เรื่องสร้างบ้านที่จีนที่ พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า “เขา (เหยียน ปิน - นายชาญชัย รวยรุ่งเรือง) สร้างของเขาอยู่แล้ว เขาก็พัฒนาที่ของเขาไปเรื่อยๆ ผมอยู่ตรงไหนก็ได้ ผมอยู่ของผมไปเรื่อยๆ มีห้องว่างผมอยู่ได้หมดล่ะ กางเต็นท์นอนยังได้” นั้น นายสนธิกล่าวว่า คงจะเป็นการไปกางเต็นท์นอนที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่มีทหารตำรวจรักษาความปลอดภัยอยู่ 600 คน
นายสนธิ กล่าวต่อว่า นายเหยียนปิน หรือในชื่อไทยว่า ชาญชัย รวยรุ่งเรือง นั้น ได้สัญชาติไทยสมัย พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร เป็นการปลอมเอกสารเอาทะเบียนราษฎร์ของคนที่ตายแล้วที่แม่ฮ่องสอน เอามาสวม นายเหยียบ ปิน เป็นคนซานตง เป็นลูกกำพร้า มาร่ำรวยเพราะได้สิทธิขายกระทิงแดงที่ปักกิ่ง มีเพื่อนหลายคน คนหนึ่งคือนายไพโรจน์ เปี่ยมพงษ์ศานต์ ซึ่งได้แนะนำให้นายเหยียนปินรูจักกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และต่อมามาทำธุรกิจร่วมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายอีลิทการ์ด พูดว่าจะขายได้ 3 หมื่นใบ หรือ 3 หมื่นล้าน แต่ได้แค่ 40-50 ใบ หลังจากนั้นก็เป็นนายหน้าให้กับพรรคไทยรักไทยในการเข้าไปทำมาหากินในประเทศจีน มีอยู่ครั้งหนึ่งมีนามบัตรระบุว่า เป็นประธานสาขาพรรคไทยรักไทยประจำประเทศจีน โครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคัน ก็เป็นการวิ่งเต้นของนายเหยียนปิน เพราะทำมาหากินด้วยกันมาโดยตลอด
ประเด็นที่รอยเตอร์ถามว่าจะไปฟิลิปปินส์ หรือไม่ และ พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า “ไม่มี … ผมไม่คิดไปฟิลิปปินส์เนี่ย มั่วกัน วันนี้สื่อมวลชนมันมั่วกัน ไปติดนิสัยไอ้สนธิหมด”นั้น นายสนธิกล่าวว่า ได้แต่เวทนาและสงสาร พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเป็นคนที่ไม่รู้ว่าทำกรรมอะไรไว้บ้าง
”ตนเองถูกพิพากษาให้ผิด ก็บอกว่ากระบวนการยุติธรรมผิด ตัวเองถูกสื่อมวลชนต่อว่า ก็บอกสื่อมวลชนมันมั่วเหมือนไอ้สนธิ แสดงว่าลึกๆ แล้วเขาเจ็บแค้นตัวผมมาก แต่คุณทักษิณไม่เคยหยุดคิดว่าครั้งหนึ่งตั้งแต่ปี 44-45-46 ผมเคยพยายามช่วยเขาด้วยความหวังดี ตอนที่เขาโดนคดีซุกหุ้น ผมก็เห็นใจเขา ยุคแรกๆ ที่ทำเมืองไทยรายสัปดาห์ ผมทำเพราะผมคิดว่าเขาจะเป็นนายกฯ ที่ดีได้ เพราะก่อนลงสมัครรับเลือกตั้งเขาไปทานก๋วยเตี๋ยวกับผมที่บ้าน
”เขาบอกว่าเขาขอโทษทีที่เข้าใจผมผิดสมัยก่อน เขาบอกว่าเราสองคน หมายถึงผมกับคุณทักษิณทะเลาะกันเพราะไอ้เหลิม เพราะไอ้เหลิมคือบ่างช่างยุ เขาพูดอย่างงี้ เสร็จเรียบร้อยเขาก็บอกว่าที่มาหาผมครั้งนี้เขาอยากให้ผมสนับสนุนเขา เขาบอกเขารวยแล้วเขาอยากจะทำงานเพื่อบ้านเมือง และนี่คือความคิดที่หลายๆ คนอยากสนับสนุนเขา”
นายสนธิกล่าวว่า ลักษณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณทำตอนนั้นเหมือนมีความตั้งใจจริงซึ่งหลายคนก็หลงไปสนับสนุน แต่เขาไม่เคยคิดว่าทำไมตั้งแต่ปี 2547 ทำไมตนจึงตีตัวออกห่างเขา รายการเมืองไทยรายสัปดาห์วิพากษ์วิจารณ์เขามากขึ้น ทั้งๆ ที่การวิพากษ์วิจารณ์เขานั้นหมายถึงรายได้เราต้องหายไป โฆษณาที่มาจากรัฐวิสาหกิจก็ถูกตัดไปทีละอันๆ จนเดือนกันยายน 2548 เขาจึงยกเลิกรายการ ตรงนั้น พ.ต.ท.ทักษิณไม่เข้าใจ หาว่า ตนไปขอแล้วเขาไม่ให้ ก็เลยโกรธ
คำทำนายของหลวงตามหาบัว
Posted by admin on
November 11, 2008
หลวงตา”ลั่นขวางประธานาธิบดี-เตือน“ทักษิณ”จบแบบ“เทวทัต”
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 กันยายน 2548 18:18 น.
พระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตามหาบัวญาณสัมปันโน เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี
“หลวงตาบัว” ย้ำไม่เคยเล่นการเมืองแต่พูดความจริง สลดสังเวชรัฐบาลเผาบ้านเผาเมือง-ยึดอำนาจทุกหน่วยงานทั้งทหาร ตำรวจ และตุลาการหวังเปลี่ยนเป็น “ประธานาธิบดี” กดหัวคนทั้งชาติ เตือนทำบาปมหันต์ระวังมีจุดจบเหมือน “เทวทัต” ที่แข่งบุญพระพุทธเจ้าแล้วถูกธรณีสูบ ระบุเคยช่วยเหลือ “ทักษิณ” เต็มเหนี่ยวหวังให้มากอบกู้บ้านเมือง แต่พอเป็นนายกฯก็เปลี่ยนไปเป็นคนลุแก่อำนาจทำเห็นแก่พวกพ้อง ท้าพูดผิดเอาไป “ตัดหัว” ได้เลย
วันนี้ (27 ก.ย.) พระธรรมวิสุทธิมงคลหรือหลวงตามหาบัวญาณสัมปันโน เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด ตำหนิรัฐบาลว่ากำลังมีความพยายามใช้วิธีการป่าเถื่อนต่างๆนานายึดอำนาจจากทุกหน่วยงานเพื่อเปลี่ยนแปลงเป็นระบอบประธานาธิบดี เพื่อมาบังคับคนทั้งชาติ
“ถ้าพูดภาษาโลกก็ว่าเราแค้นที่สุดเลย แค้นให้รัฐบาลชุดนี้ ไม่เคยมี รัฐบาลตั้งมากี่ชุดๆ ก็หากมีเป็นธรรมดาๆ เรียกว่าพอทนได้ๆ อันนี้ไม่ทราบว่าจะทนได้หรือไม่ได้ ออกแง่ไหนๆ มีแต่เรื่องเหยียบหัวประชาชนๆ และกินตับกินปอดประชาชน กวาดเข้าพุงของตัวเองๆ ในวงนี้ อย่างน้อยเรียกว่าส้วมใหญ่ถานใหญ่ มากกว่านั้นเรียกว่านรกอเวจีอยู่ในนั้นเลย เราเห็นแล้วสลดสังเวช”
มีคนฟ้องร้องมาว่า นายกทักษิณ กับนายวิษณุ และกับอีกสองคนเราจำไม่ได้ นี้คือตัวยักษ์ใหญ่ ตัวอำนาจใหญ่ อำนาจป่าๆ เถื่อนๆ จะกินบ้านกินเมืองกัดตับกัดปอด มุ่งใส่ประธานาธิบดี ว่างั้นนะ เกิดมาไม่เคยมีประธานาธิบดี เมืองไทยเราครอบครองกันมาด้วยความสงบร่มเย็น นี่ละมันจะเอาไฟเผาบ้านเผาเมืองเวลานี้ มันไม่ยอมฟังเสียงเลยนะ ยึดอำนาจบาตรหลวงไปทุกซอกทุกมุม วงราชการต่างๆ เจ้าอำนาจบาตรหลวงป่าๆ เถื่อนๆ นี้เข้าไปยึดอำนาจๆ ไว้หมดในวงราชการ ตีออกไปหาตำรวจ ทหาร ให้เป็นเจ้าอำนาจๆ มาบีบบังคับคนทั้งชาติ
นี่เราทราบมาเต็มหูเต็มตาเต็มใจของเรานะที่เรามาพูดนี่น่ะ มันออกทุกแง่ทุกมุมเลย ป่าๆ เถื่อนๆ นี่น่ะ มีตั้งแต่สิ่งที่จะเผาเป็นฟืนเป็นไฟ มุ่งหน้าต่อประธานาธิบดีชัดเจนแล้วเดี๋ยวนี้ เราทนไม่ไหวถ้าว่าทน แต่เราก็ไม่คิดว่าจะทน เราก็ฟังไปๆ ทุกอย่าง เพราะพูดง่ายๆ เราไม่ได้อยู่ในโลกสกปรกนี้ การมาเทศน์สอนธรรมนี้ เราเอาธรรมที่สะอาดจ้าสาดลงมาๆ แล้วมันยังหาว่าเรามาเล่นการบ้านการเมือง การบ้านการเมืองมูตรคูถใครจะไปเล่นกับมัน ให้มันเล่นแต่พวกมัน เข้าใจไหมล่ะ
เราสลดสังเวชนะรัฐบาลชุดนี้ เฉพาะอย่างยิ่งนายกรัฐมนตรีเราช่วยเต็มเหนี่ยว เพื่อจะยกท่านผู้นี้ว่าจะเป็นคนดิบคนดี จะยกชาติไทยขึ้น เราช่วยเต็มกำลังความสามารถ เพราะเราหาคนดีมันหาไม่ได้ หาเจอตรงไหนๆ มีแต่ยักษ์แต่ผีจะกินบ้านกินเมือง ประชาชนนอนตาไม่หลับ ความทุกข์ยากลำบากเป็นฟืนเป็นไฟเผาในใจ เราจึงพยายามยกนี้ให้เป็นนายก บรรดาประชาชนทั้งหลายเขาก็พร้อมหน้าด้วย ต่างคนต่างพร้อมหน้ากันยกให้เป็นนายกขึ้นมาเห็นไหม
“ครั้นเป็นนายกขึ้นมานี้แล้ว มันไม่ได้หันหน้ามามองดูอาจารย์มันเลย อาจารย์มันอีตาบัว หลวงตาบัว มันมองหาตั้งแต่ก๊กแต่เหล่าแต่พรรคแต่พวกที่จะยึดอำนาจ กวาดเอาสมบัติเงินทองมาเป็นเศรษฐี เลยมหาเศรษฐีเข้าไปอีก แล้วมันก็ตายกองกันอยู่ในสมบัตินั่นแหละไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะฉะนั้นเราสลดสังเวช”
เห็นไหมเวลานี้เกณฑ์ตำรวจเกณฑ์ทหารให้อยู่ในเงื้อมมือของตนๆ ตำรวจทหารแต่ละคนๆ เขามีพ่อมีแม่ พ่อแม่เขาอยู่ในที่ต่างๆ เมื่อพ่อแม่มีความเดือดร้อนวุ่นวาย ทหารยังมีแก่หน้าแก่ตามาเหยียบหัวพ่อหัวแม่อยู่เหรอ เราอยากเอาปัญหานี้ไปถามตำรวจถามทหาร แล้วย่นเข้าไปถามตัวใหญ่ๆ โตๆ บังคับเขาหาอะไร อยากว่าอย่างนั้นนะ เป็นรัฐบาลมาเขาไม่ได้เป็นรัฐบาลที่จะมาเหยียบบังคับอย่างนี้
“เอาหัวหลวงตาบัวไปตัดเลยถ้าหลวงตาบัวพูดผิด นี่ได้พินิจพิจารณามาโดยตลอดตั้งแต่บรรดาพี่น้องทั้งหลาย ที่ผู้ได้รับความทุกข์ความลำบาก ส่วนคนชั่วมันไม่มาหาเราแหละ คนดีเขาก็ต้องวิ่งมาพึ่งครูบาอาจารย์”
เวลานี้ก็เตือนรัฐบาล เพราะรัฐบาลจะพาคนทั้งประเทศนี้ผิด เพราะอาจเอื้อมเอาเหลือเกินจะเป็นประธานาธิบดี ไม่บอกมาก็ตาม เรื่องชัดเจนๆ มาแล้วบรรดาลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศไทยไม่ใช่คนหูหนวกตาบอด เขารู้เหมือนกัน ทำไมจะไปเก่งตั้งแต่คุณทักษิณกับวิษณุนี้อย่างเดียว กับคนในวงนี้ มันเก่งแบบไหน ไปเรียนวิชามาแบบไหน วิชาแบบนี้ในเมืองไทยเราไม่เคยมี คนสองสามสี่คนอยู่ในวงรัฐบาลนี้ไม่มีป่าช้าเหรอ ถามดูซิน่ะ เวลาตายแล้วก็จะถูกเผาไฟเหมือนกัน แต่เมืองไทยเขานิยมพระไป กุสลา ธมฺมา ถ้าหากว่าไม่แก้ตัวแล้วอย่ามานิมนต์
โอบามา ชนะเลือกตั้ง
Posted by admin on
November 7, 2008
โอบามา ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดี
เอเอฟพี – รายงานและสถิติของหอเอกสารสำคัญแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุบารัค โอบามา ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ กลายเป็นผู้สมัครที่ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนท่วมท้นมากสุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ
รายงานและสถิติของหอเอกสารสำคัญแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่า โอบามา ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนท่วมท้นมากสุดในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังได้รับคะแนนโดยรวมคิดเป็นเปอร์เซ็นต์มากกว่าผู้สมัครคนอื่นๆ จากพรรคเดโมแครต (61.1 เปอร์เซ็นต์) นับตั้งแต่อดีตประธานาธิบดีลินดอน บี จอห์นสันก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งเมื่อปี 1964
ขณะที่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี ซีบีเอส และฟ็อกซ์นิวส์ รายงานว่า จนถึงขณะนี้โอบามาได้คะแนนเสียงเลือกตั้งจากชาวอเมริกัน หรือป๊อปปูลาร์โหวตทั้งสิ้น 63.25 ล้านเสียง หรือ 52 เปอร์เซ็นต์ ส่วนจอห์น แมคเคน คู่แข่งจากพรรครีพับลิกัน ได้คะแนนตามหลังอยู่ที่ 55.90 ล้านเสียง หรือ 46 เปอร์เซ็นต์
ทั้งนี้ผลการเลือกตั้งเมื่อเวลา 13.20 น.ตามเวลาท้องถิ่น (01.30 น.ตามเวลาในไทย) ซึ่งมีการนับคะแนนเสร็จสิ้นไปแล้ว 48 รัฐ รวมถึงดิสทริกต์ ออฟ โคลัมเบีย ปรากฎว่า โอบามาได้จำนวนคณะผู้เลือกตั้ง หรืออิเลกทอรัลโหวตไปแล้วทั้งสิ้น 349 เสียง ขณะที่แมคเคนได้ไปเพียง 163 เสียง โดยรัฐที่ยังไม่มีการประกาศผล ได้แก่ มิสซูรี และนอร์ท แคโรไลนา ซึ่งคาดว่าแมคเคนน่าจะเป็นผู้ชนะในรัฐมิสซูรี และหากเป็นเช่นนั้นจริงก็จะทำให้เขามีคะแนนอิเลกทอรัลโหวตเพิ่มเป็น 174 เสียง ขณะที่โอบามาซึ่งกำลังมีคะแนนนำในรัฐนอร์ท แคโรไลนา จะได้คะแนนอิเลกทอรัลโหวตเพิ่มเป็น 364 เสียงหากเขาได้รับชัยชนะในรัฐดังกล่าว
ตามระบบเลือกตั้งของสหรัฐฯ รัฐต่างๆ จะได้รับการจัดสรรจำนวนคณะผู้เลือกตั้งตามสัดส่วนของประชากร ซึ่งรัฐส่วนใหญ่จากทั้งหมด 50 รัฐ กำหนดให้ผู้ชนะที่ได้คะแนนป๊อปปูลาร์โหวตมากกว่าคู่แข่งเป็นผู้ได้คะแนนอิเลกทอรัลโหวตไปทั้งหมด ดังนั้นผู้ชนะป๊อปปูลาร์โหวตจึงไม่ใช่ผู้ที่จะได้ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่เสมอไป อย่างการเลือกตั้งเมื่อปี 2000 ซึ่งประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช จากพรรครีพับลิกัน เอาชนะอัล กอร์ คู่แข่งจากพรรคเดโมแครต ไปได้ ทั้งๆ ที่มีคะแนนป๊อปปูลาร์โหวตน้อยกว่า


