ชำแหละคำพูด “แม้ว”

 

“สนธิ” ชำแหละคำพูด “แม้ว” ให้สัมภาษณ์สื่อนอก ได้ยินแล้วสมเพช ไม่เคยรู้สำนึกผิด ไม่รู้ว่าสาเหตุที่ต้องระเหเร่ร่อนมาจากอะไร ท้าให้รีบเปิดเผยชื่อศัตรูการเมืองออกมาโดยเร็ว ย้ำไม่มีใครไล่มีแต่ถูกศาลจำคุก ปูดเป้าหมายกำลังเดินทางไปดูไบ มีความเป็นได้ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น
       
        คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย 
       
       วันที่ 10 พ.ย. เมื่อเวลา 20.10 น.นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวปราศรัยบนเวทีที่ทำเนียบรัฐบาล ได้นำคำสัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต่อสำนักข่าวรอยเตอร์มาจับโกหกแบบคำต่อคำ โดยนายสนธิกล่าวว่า เป้าหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ หลังจากเดินทางออกจากกรุงปักกิ่ง ที่ พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า”โลกมันกว้างจำตาย”นั้น เขาจะไปที่ดูไบนั่นเอง และกำลังมอบหมายให้คนใกล้ชิดซื้อบ้านที่นั่นเอาไว้ และบอกที่ว่า โลกมันกว้างนั้น แต่ทางมันค่อนข้างแคบ
       
       เรื่องสร้างบ้านที่จีนที่ พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า “เขา (เหยียน ปิน - นายชาญชัย รวยรุ่งเรือง) สร้างของเขาอยู่แล้ว เขาก็พัฒนาที่ของเขาไปเรื่อยๆ ผมอยู่ตรงไหนก็ได้ ผมอยู่ของผมไปเรื่อยๆ มีห้องว่างผมอยู่ได้หมดล่ะ กางเต็นท์นอนยังได้” นั้น นายสนธิกล่าวว่า คงจะเป็นการไปกางเต็นท์นอนที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่มีทหารตำรวจรักษาความปลอดภัยอยู่ 600 คน
       
       นายสนธิ กล่าวต่อว่า นายเหยียนปิน หรือในชื่อไทยว่า ชาญชัย รวยรุ่งเรือง นั้น ได้สัญชาติไทยสมัย พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร เป็นการปลอมเอกสารเอาทะเบียนราษฎร์ของคนที่ตายแล้วที่แม่ฮ่องสอน เอามาสวม นายเหยียบ ปิน เป็นคนซานตง เป็นลูกกำพร้า มาร่ำรวยเพราะได้สิทธิขายกระทิงแดงที่ปักกิ่ง มีเพื่อนหลายคน คนหนึ่งคือนายไพโรจน์ เปี่ยมพงษ์ศานต์ ซึ่งได้แนะนำให้นายเหยียนปินรูจักกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และต่อมามาทำธุรกิจร่วมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายอีลิทการ์ด พูดว่าจะขายได้ 3 หมื่นใบ หรือ 3 หมื่นล้าน แต่ได้แค่ 40-50 ใบ หลังจากนั้นก็เป็นนายหน้าให้กับพรรคไทยรักไทยในการเข้าไปทำมาหากินในประเทศจีน มีอยู่ครั้งหนึ่งมีนามบัตรระบุว่า เป็นประธานสาขาพรรคไทยรักไทยประจำประเทศจีน โครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคัน ก็เป็นการวิ่งเต้นของนายเหยียนปิน เพราะทำมาหากินด้วยกันมาโดยตลอด
       
       ประเด็นที่รอยเตอร์ถามว่าจะไปฟิลิปปินส์ หรือไม่ และ พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า “ไม่มี … ผมไม่คิดไปฟิลิปปินส์เนี่ย มั่วกัน วันนี้สื่อมวลชนมันมั่วกัน ไปติดนิสัยไอ้สนธิหมด”นั้น นายสนธิกล่าวว่า ได้แต่เวทนาและสงสาร พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเป็นคนที่ไม่รู้ว่าทำกรรมอะไรไว้บ้าง
       
       ”ตนเองถูกพิพากษาให้ผิด ก็บอกว่ากระบวนการยุติธรรมผิด ตัวเองถูกสื่อมวลชนต่อว่า ก็บอกสื่อมวลชนมันมั่วเหมือนไอ้สนธิ แสดงว่าลึกๆ แล้วเขาเจ็บแค้นตัวผมมาก แต่คุณทักษิณไม่เคยหยุดคิดว่าครั้งหนึ่งตั้งแต่ปี 44-45-46 ผมเคยพยายามช่วยเขาด้วยความหวังดี ตอนที่เขาโดนคดีซุกหุ้น ผมก็เห็นใจเขา ยุคแรกๆ ที่ทำเมืองไทยรายสัปดาห์ ผมทำเพราะผมคิดว่าเขาจะเป็นนายกฯ ที่ดีได้ เพราะก่อนลงสมัครรับเลือกตั้งเขาไปทานก๋วยเตี๋ยวกับผมที่บ้าน
       
       ”เขาบอกว่าเขาขอโทษทีที่เข้าใจผมผิดสมัยก่อน เขาบอกว่าเราสองคน หมายถึงผมกับคุณทักษิณทะเลาะกันเพราะไอ้เหลิม เพราะไอ้เหลิมคือบ่างช่างยุ เขาพูดอย่างงี้ เสร็จเรียบร้อยเขาก็บอกว่าที่มาหาผมครั้งนี้เขาอยากให้ผมสนับสนุนเขา เขาบอกเขารวยแล้วเขาอยากจะทำงานเพื่อบ้านเมือง และนี่คือความคิดที่หลายๆ คนอยากสนับสนุนเขา”
       
       นายสนธิกล่าวว่า ลักษณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณทำตอนนั้นเหมือนมีความตั้งใจจริงซึ่งหลายคนก็หลงไปสนับสนุน แต่เขาไม่เคยคิดว่าทำไมตั้งแต่ปี 2547 ทำไมตนจึงตีตัวออกห่างเขา รายการเมืองไทยรายสัปดาห์วิพากษ์วิจารณ์เขามากขึ้น ทั้งๆ ที่การวิพากษ์วิจารณ์เขานั้นหมายถึงรายได้เราต้องหายไป โฆษณาที่มาจากรัฐวิสาหกิจก็ถูกตัดไปทีละอันๆ จนเดือนกันยายน 2548 เขาจึงยกเลิกรายการ ตรงนั้น พ.ต.ท.ทักษิณไม่เข้าใจ หาว่า ตนไปขอแล้วเขาไม่ให้ ก็เลยโกรธ

Sorry, comments for this entry are closed at this time.